แบบสำรวจ

คุณชอบรถสีอะไรบ้างค่ะ
 

ออนไลน์

We have 1 guest online
ความรู้เรื่องรถ
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถควันดำ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 19 June 2010 18:36

           หลังจากที่กรุงเทพมหานครร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ทำการตรวจเชครถที่มีปริมาณเขม่าควันดำมาตลอดนั้น ทำให้จำนวนรถที่มีควันดำลดลงในปริมาณที่น่าพอใจ ซึ่งสาเหตุที่รถมีควันดำนั้นมีดังนี้

        1. เครื่องยนต์สึกหรอมาก เช่น ลูกสูบและกระบอกสูบ แหวนลูกสูบชำรุด
        2. ปั๊มฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดและทำงานไม่ถูกต้อง หรือฉีดน้ำมันในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง        3. หัวฉีดน้ำมันแรงดันสูงที่จ่ายเข้าไปในห้องเผาไหม้ชำรุด
        4. กรองอากาศอุดตัน
        5. น้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานมาก
        6. เขม่าควันดำและฝุ่นละอองค้างอยู่ภายในท่อไอเสีย
วิธีแก้ไข
        1. ซ่อมแซมเครื่องยนต์ในส่วนที่สึกหรอ เช่น เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ หรือ ทำการคว้านกระบอกสูบ แล้วเปลี่ยนลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น
        2. ทำการเชคปั๊ม โดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการปรับแต่งปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ รวมทั้งปรับแต่งหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ      รวมทั้งการปรับแต่งอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ ผลิตกำหนด
        3. เปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบรูณ์
        4. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด
        5. ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ทำงานถูกต้องตามระยะเวลาที่เหมาะสม
        6.ทำการล้างท่อไอเสียโดยใช้น้ำหรือลมฉีดชะล้างเขม่าและฝุ่นละอองภายในท่อไอเสีย

 
ใช้รถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 19 June 2010 18:35

ในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศไทยตกสะเก็ดอยู่ในขณะนี้ แถมราคาน้ำมันก็ขยับเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก เราจึงมีเคล็ด (ไม่) ลับในการช่วยท่านประหยัดน้ำมันมาฝาก
ท่านทราบหรือไม่ว่าการขับรถอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ท่านประหยัดและลดภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังจะเป็นการรักษารถยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับวิธีการใช้รถให้ประหยัดน้ำมัน มีดังนี้
1. อย่าขับรถเร็ว การขับรถเร็วในการใช้รถทางไกล จะทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น
     ในกรณีที่ท่านขับรถที่มีความเร็ว 80 กม./ชม. ท่านจะประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์


2. อย่าออกรถเร็วแบบรถแข่งการออกรถเร็วอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
     จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆก็สึกหรอมากเช่นกัน
3. ใช้ความเร็วสม่ำเสมอ
4. คาดการณ์ล่วงหน้าขณะขับรถเมื่อใกล้ทางแยกหรือทางม้าลายต่างๆ
     ควรจะชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆไม่ใช่เมื่อใกล้แล้วจึงค่อยลดความเร็ว
5. กำหนดการใช้รถยนต์ในแต่ละวันเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้รถในคราวเดียวกัน เพราะการใช้รถหลายเที่ยวทำให้เปลืองน้ำมัน
6. มีจุดหมายในการเดินทางการใช้รถจะต้องมีแผนการเดินทางว่าจะไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ขับไปโดยไร้จุดหมาย
7. ดับเครื่องทุกครั้งที่จอดรถรอ หากต้องรอประมาณ 3-4 นาทีขึ้นไป ก็ควรดับเครื่อง
8. นอกจากประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังถนอมเครื่องไม่ให้ร้อนจัดอีกด้วย
9. การอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ควรอุ่นเครื่องประมาณ 1-2นาทีก่อนที่จะใช้รถเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อม
     ที่จะทำงานในวันนั้น   การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น ถ้าออกรถอย่างนิ่มนวลไม่รุนแรงก็ไม่ต้องอุ่นเครื่องก็ได้
10.ควรใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็นการใช้เครื่องปรับอากาศทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น
     และจะมีความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 10 เปอร์เซ็นต์และน้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมดซึ่งอาจหลงเหลืออยู่
    ในกระบอกสูบจะเป็นตัวการทำให้เครื่องยนต์สึกหรออีกด้วย
11.ตรวจวัดลมยางอยู่เสมอควรเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐาน
     ทั้งล้อหน้าและล้อหลังเพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางมีความเสียดสีมาก
     ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเช่นกันถ้าเติมลมยางแข็งเกินไปจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่
     คือจะทำให้หน้ายางเสียดสีกับพื้นถนนน้อยเกินไปทำให้เกาะถนนหรืออาจทำให้ยางเกิดระเบิดได้
     หากได้รับการสะเทือนมากเวลาขับบนถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ
12.ตรวจเช็คและตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนดต้องตรวจสภาพของรถ
     เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่ตามมาตรฐานที่กำหนดมาให้ เพราะถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของรถได้ตามมาตรฐาน
     การใช้น้ำมันก็จะน้อยกว่าสภาพรถที่ไม่ได้อยู่ตามมาตรฐาน
13.หมั่นตรวจไส้กรองเสมอ ไส้กรองเป็นส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในเครื่อง
     ถ้าชำรุดหรืออุดตันจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติและจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น
14.อย่าบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดรถยนต์ในแต่ละคันจะมีอัตราการบรรทุกบอกไว้
     ถ้าบรรทุกน้ำหนักเกินจะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันมากขึ้นและมีการสึกหรอสูงกว่าปกติ
15.อย่าลืมปลดเบรกมือ ถ้าในรถยนต์รุ่นเก่า เมื่อปลดเบรกมือรถยนต์ก็วิ่งออกไปได้แต่จะมีความฝืดมากกว่า ปกติ
     ถ้าขับไปเรื่อยๆ จะทำให้เบรกเสียได้ และสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ในรถยนต์คู่มือมาตรฐาน
     สำหรับคนมีรถรุ่นใหม่ (กรังปรีดิ์ เรียบเรียง) ถ้าลืมปลดเบรกมือ รถยนต์จะไม่วิ่งต้องปล่อยเบรกมือเสียก่อนจึงจะวิ่ง
     อย่าลากเกียร์โดยไม่จำเป็น ควรเปลี่ยนเกียร์ตามจังหวะและรอบความเร็วในการใช้งานนั้น
     เพราะการลากเกียร์นานๆ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก กินน้ำมันมากขึ้น
16.เลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสม การใช้น้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตให้มา
     และการเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาการใช้งาน จะช่วยถนอมเครื่องยนต์ได้มาก
17.อย่าบรรทุกสิ่งของบนหลังคาโดยไม่จำเป็น เพราะจะเกิดแรงต้าน

 ขอบคุณที่มา : http://www.dlt.go.th

 
การใช้เข็มขัดนิรภัย PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 19 June 2010 18:33

            ประเภทของเข็มขัดนิรภัย
                1. แบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ (แบบ 3 จุด)
                    สำหรับผู้ขับรถและผู้ที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับรถที่อยู่ด้านริมสุด
                2. แบบรัดหน้าตัก (แบบ 2 จุด) สำหรับผู้ที่นั่งตอนกลางระหว่างผู้ขับรถและ
 

                   ผู้ที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับรถ ที่อยู่ด้านริมสุด
                    ประเภทรถยนต์ที่กำหนดให้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย
                    1. รถยนต์ตาม พ.ร.บ.รถยนตร์ พ.ศ. 2522
                        1.1 รถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 เป็นต้นไป ดังนี้
                            รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง)
                            รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
                            รถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน (รถแท็กซี่)
                        1.2 รถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 เป็นต้นไป ดังนี้
                            รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้)
                            รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถปิคอัพ)
                    2. รถยนต์ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เฉพาะรถที่จดทะเบียนตั้งแต่
                        วันที่ 1 มกราคม 2537 เป็นต้นไป ดังนี้
                            2.1 รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 15 ที่นั่ง ซึ่งจดทะเบียนรหัส
                                นำหน้า 10 (การขนส่งประจำทาง) 30 (การขนส่งไม่ประจำทาง), 40 (การขนส่งส่วนบุคคล)
                            2.2 รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม
                                ที่จดทะเบียนรหัสนำหน้า 70 (การขนส่งไม่ประจำทาง)
                            2.3 รถขนาดเล็กที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 15 ที่นั่ง ซึ่งจดทะเบียน รหัสนำหน้า 20
                                (รถประจำทางวิ่งในเขตเมือง)
            การบังคับใช้
            ประกาศกรมการขนส่งทางบกมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2540 เป็นต้นไป
            กรณีไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามกำหนด
            กรมการขนส่งทางบกจะไม่ผ่านการตรวจสภาพรถให้
            1. มีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนตร์ พ.ศ. 2522 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
            2. มีความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
            3. ผู้ขับรถและผู้นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ที่ขับรถ หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จะมีความผิดตาม
            พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2538 ปรับรายละไม่เกิน 500 บาท

ขอบคุณที่มา : http://www.dlt.go.th